Anna Reid นักประวัติศาสตร์ และผู้เขียนหนังสือ “Borderland: a Journey through the History of Ukraine” เผยแพร่บทความชิ้นนี้ผ่านเว็บไซต์ The Guardian

สงครามคือโศกนาฏกรรมของมนุษย์ ที่ทำให้เกิดความเสียหายทางวัฒนธรรมอย่างน่ากลัว ยูเครนก็ไม่ต่างจากประเทศเล็กอื่นๆ ที่วัฒนธรรมนั้นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวยูเครน โดยเฉพาะวัฒนธรรมที่สั่งสมจนเป็นเอกลักษณ์แห่งชนชาติของตนเอง ผ่านการปกครองของคนต่างด้าวท้าวต่างแดนมาเนิ่นนานหลายศตวรรษ

เมืองที่เสี่ยงเสียหายอย่างหนักคือ คาร์คิฟ (Kharkiv) แม้จะยังอยู่ในอำนาจยูเครนก็ตาม แต่ก็ถูกระดมยิงอย่างหนักหน่วง

ตามย่านศูนย์กลางการค้าของเมือง จะเต็มไปด้วยบ้านพักพ่อค้านายวาณิชและคลังสินค้าที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อันน่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง แต่ที่โดดเด่นมากที่สุด ก็คืออาคารสถานที่ราชการที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรม constructivist ในช่วงทศวรรษ 1920 ในฐานะที่คาร์คิฟเป็นเมืองหลวงประจำสหภาพโซเวียตยูเครน

นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม Owen Hatherley เปรียบไว้ว่า มีเพียงอาคารในเมือง Dessua ในดินแดนอดีตเยอรมันตะวันออก หรืออาคารใน Tel Aviv เท่านั้น ที่อาจนำไปเปรียบได้กับอาคารในยุคนั้น

ลักษณะอันโดดเด่นที่สุดของอาคารกลุ่มนี้คือ รูปแบบของ futurist ที่เป็นบล็อกคอนกรีตและทางเดินลอยฟ้า แม้ยังไม่ถูกทำลาย แต่ในบางที่ เช่น ห้องหนึ่งที่ตกแต่งในรูปแบบนีโอคลาสสิกยุคสตาลิน บานหน้าต่างทุกบานและหลังคาบางส่วนถูกโจมตีเสียหายไปแล้ว เมื่อวันที่ 1 มีนาคม

ส่วนอาคารที่เป็นแลนด์มาร์กของเมืองที่ชื่อว่า “Slovo” (หรือ “คำ”) ถูกโจมตีโดยตรงถึงสามหน อาคารที่มีรูปร่างคล้ายตัว C ซึ่งเป็นพยัญชนะแรกของคำว่า slovo ตามภาษาซีริลลิก (Cyrillic) แห่งนี้ สร้างเพื่อเป็นที่พักของนักเขียน นักวิชาการ และศิลปินชาวยูเครนผู้ที่มีชื่อเสียง ที่แสดงถึงความเติบโตเบ่งบานทางวัฒนธรรมของประเทศ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะในเมืองคาร์คิฟยังได้รับความเสียหาย จากภาพถ่ายที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย พบเห็นผ้าม่านขาดเป็นริ้วๆ พื้นไม้ปาร์เก้และกระจกแตกกระจัดกระจาย ภาพเขียนบางชิ้นหล่นคว่ำบนพื้น ในบรรดางานล้ำค่าเหล่านี้ มีภาพเขียน 11 ชิ้น ของจิตรกรคนสำคัญแห่งศตวรรษที่ 19 Ilya Repia รวมอยู่ด้วย

แม้ศิลปินท่านนี้จะเกิดในละแวกนั้น แต่ก็เริ่มอาชีพจิตกรของตัวเองที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปารีส และมอสโก หัวหน้าฝ่ายต่างประเทศของพิพิธภัณฑ์กล่าวว่า ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าเย้ยหยันเสียเหลือเกิน

“เราต้องช่วยเหลือดูแลรักษางานศิลปะของศิลปินรัสเซีย จากน้ำมือคนชาติเดียวกันเอง”

หนึ่งในเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งที่ถูกปิดล้อมก็คือ เชอร์นิฮีฟ (Chernihiv) ทางตอนเหนือของเมืองเคียฟ (Kyiv) ฉันไปเยือนที่นั่นเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน ยังคงเป็นเมืองที่เงียบสงบและสวยงาม มีโบสถ์สีขาว เขียว และสีทอง ตระหง่านตัดกับท้องฟ้าสีคราม และหิมะที่ส่องประกายระยิบระยับ

ไกด์ท้องถิ่นซึ่งตอนนี้อพยพพร้อมครอบครัวไปยังโปแลนด์แล้ว บอกฉันผ่านโทรศัพท์ว่า โบสถ์หลังดังกล่าวยังคง “แสดงสง่าราศีแด่พระเจ้า” ต่อไป ยังไม่โดนทำลาย แต่โรงภาพยนตร์ในยุคสหภาพโซเวียตที่จัตุรัสใจกลางเมืองถูกทำลายไปแล้ว “รวมทั้งน้ำพุของพวกเราด้วย” เธอกล่าวพลางร้องไห้

นอกจากนี้ เอกสารสำคัญในหอจดหมายเหตุของยูเครนก็กำลังอยู่ในความเสี่ยง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีปูตินปิดไม่ให้คนรัสเซียยกเว้นนักวิจัยที่ได้รับอนุญาตให้เข้าใช้งานจดหมายเหตุ ทำให้บันทึกเอกสารจดหมายเหตุของยูเครน มิได้เป็นเอกสารที่ใช้ค้นคว้าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของประเทศยูเครนเท่านั้น แต่ได้กลายเป็นช่องทางการศึกษาประวัติศาสตร์ยุคสหภาพโซเวียตทั้งหมดของนักประวัติศาสตร์อีกด้วย

Daria Mattingly นักประวัติศาสตร์ยุคสตาลินชื่อดังเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า จะเกิดการทำลายล้างจดหมายเหตุ (archivovcide) เพราะผู้ยึดครองรัสเซีย “อาจทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่สอดรับกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพวกเขา … นั่นคือหายนะครั้งยิ่งใหญ่ จนลบล้างอัตลักษณ์ความเป็นยูเครนทิ้งไป”

ในเคียฟ (Kyiv) และที่ต่างๆ นักจดหมายเหตุทำงานแข่งกับเวลาเพื่อสแกนเอกสาร และโยกย้ายข้อมูลดิจิทัลไปเก็บยังเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ แต่สำหรับบางที่ก็สายไปเสียแล้ว อาคารแห่งหนึ่งที่เก็บเอกสารของ KGB ในเขตเชอร์นิฮีฟ หลังคาพังพินาศจากการถล่มยิง ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเกิดความเสียหายอะไรบ้าง

ขณะที่ Konstantin Akinsha นักประวัติศาสตร์ศิลปะในบูดาเปสต์ กำลังหวาดกลัวต่อชะตากรรมของเมืองโอเดสซา (Odesa) ที่กองทหารรัสเซียเฝ้ารออยู่นอกชายฝั่ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะโอเดสซาถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง ทีมงานอาสาสมัครกำลังช่วยกันเก็บภาพวาด เพื่อนำไปซ่อนยังที่ปลอดภัย เพราะหวั่นกลัวการปล้นสะดมของรัสเซีย แต่เนื่องจากข้าวของมีหลายพันชิ้น สมบัติส่วนใหญ่จึงยังคงอยู่ที่เดิม

Akinsha ยังเป็นห่วงพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกและตะวันออก แล้วยังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์วรรณคดีที่สำคัญ “มีเอกสารต้นฉบับที่ยากจะเชื่อ” เขากล่าว “ฉันอยากจะร้องไห้ ช่างน่ากลัวมาก”

สิ่งที่ Akinsha ต้องการเห็นตอนนี้ นอกเหนือจากประเทศตะวันตกที่สัญญาว่าจะส่งปืนต่อสู้อากาศยานให้ยูเครน แต่ยังเป็นคำแถลงการณ์คัดค้านสงครามต่อสาธารณะอย่างจริงจัง จากบุคคลสำคัญในวงการพิพิธภัณฑ์ในรัสเซียเอง

“ฉันไม่ได้ขอให้พวกเขาไปที่จัตุรัสแดง แล้วจุดไฟเผาตัวเอง แต่อย่างน้อยพวกเขาสามารถแสดงออกในบางสิ่งได้ แต่กลับเงียบสนิท ช่างน่าขยะแขยง”

ข้อมูล :

ภาพถ่ายโดย : Masha Raymers จาก Pexels

Writer

Related Posts

Pop Culture วัฒนธรรมฉาบฉวยที่ทรงพลัง

“บัตรเชิญ” จาก มิ้นท์ Barefoot ไกด์อาบป่าสาขาประเทศไทย

‘YALA Stories’ โปรเจกต์สร้างสรรค์ ที่ชวนคนสำรวจรากวัฒนธรรมเดิมของยะลา พร้อมวาด ‘ความหวัง’ ที่เชื่อว่าสักวันต้องดีกว่า

ไม่ใช่ Great Resignation แต่เป็น Great Switch Job

ซีรีส์วายดึงดูดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ถอดบทเรียนพัฒนาสินค้าผ่านกระแสชาไข่มุก