ธุรกิจบริการผู้สูงอายุที่ผู้คนมักมองข้าม กลับเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตและเป็นที่ต้องการสำหรับผู้บริโภคทั่วโลกมากกว่าที่คิด

ภายในปี 2030 ทั่วโลกจะมีผู้เกษียณอายุ ซึ่งอยู่ในเจนเนอเรชันเบบี้บูมเมอร์ 1 ใน 6 ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยเฉพาะจีนที่คาดการณ์ว่ามีจำนวนมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ 

หลังจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสซาลง มีผู้เกษียณอายุจำนวนมากที่วางแผนเกษียณอายุก่อนเกณฑ์ และมีอีกหลายคนที่ถูกบังคับให้ลาออกก่อนเวลาเกษียณ สาเหตุจากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จนอุ้มแรงงานผู้สูงอายุไม่ไหว ในสหรัฐอเมริกามีผู้ที่ถูกบังคับให้ลาออกจากวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปีที่ผ่านมาถึง 35% 

ขณะที่ประเด็นกองทุนบำเหน็จบำนาญยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงไม่รู้จบในหลายประเทศ แต่สิ่งที่รัฐบาลทุกประเทศละเลยไม่ได้เลย คือประเด็นการเปลี่ยนแผนชดเชยเงินออมผู้สูงอายุและช่วยเหลือด้านสุขภาพจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะญี่ปุ่นและจีนที่ให้ความสำคัญในบริการเพื่อชาวบูมเมอร์มากขึ้น เพราะเชื่อว่าคนกลุ่มนี้คือเจนเนอเรชันที่ทำงานหนักตลอดชีวิตและผ่านพ้นความลำบากแสนสาหัสมายาวนาน พวกเขาคือผู้ที่โอบอุ้มประเทศในช่วงเวลาที่ลำบาก เสมือนฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตจนถึงทุกวันนี้

“ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คงไม่มีเจนเนอเรชันใดที่ต้องการถูกลืม การเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตวัยเกษียณสำหรับบูมเมอร์ ถือเป็นการออกแบบชีวิตผู้สูงอายุในระยะยาว เมื่อคนเจนเอ็กซ์ เจนวาย แม้แต่เจนซีต้องเข้าสู่วัยชรา ย่อมต้องการบริการและธุรกิจที่ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีทั้งนั้น การออกแบบบริการสำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ใช่การคิดค้นเพื่อดูแลเฉพาะชาวบูมเมอร์ แต่เป็นการปูทางสำหรับทุกคนที่กำลังเดินทางสู่ช่วงบั้นปลายของชีวิต

รายงานจาก WGSN เผยว่าพฤติกรรมผู้บริโภคบูมเมอร์ยุคนี้ ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตที่ยืดหยุ่น หลายคนยังคงทำงานต่อไป โดยเลือกงานพาร์ตไทม์หรืออาชีพที่เปิดโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น ชอบเดินทางท่องเที่ยว ชอบเข้าสังคม และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่หากสิ่งนั้นทำให้พวกเขารู้สึกทันโลกและเท่าทันสื่อออนไลน์

น่าเสียดายที่ผู้สูงอายุในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเกือบ 3 ล้านคนต้องเกษียณก่อนกำหนดเนื่องด้วยวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน หลายคนถูกบีบจนไม่ได้รับเงินค่าชดเชยหรือบำนาญตรงตามเงื่อนไขอายุงาน จึงเกิดบริการใหม่ๆ ที่ได้รับความนิยมในช่วงวิกฤตหลังโควิด 

แพลตฟอร์มแก้ปัญหาสถานการณ์ตึงเครียดที่ได้รับการยอมรับให้เป็นต้นแบบบริการผู้สูงอายุที่ตรงโจทย์ อย่าง ‘SilverLife’ ศูนย์บ่มเพาะผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้เข้าอบรมจำนวน 60% ของศูนย์กล่าวว่า พวกเขาชอบตารางงานที่ยืดหยุ่น ผู้อาวุโสส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าสามารถทำงานนอกเวลาและงานพาร์ตไทม์ได้ ศูนย์ SilverLife จึงจัดกิจกรรมอบรมอาชีพประเภท Gig-worker คืออาชีพรับจ้างระยะสั้น บทบาทเหมือนฟรีแลนซ์ที่รับค่าตอบแทนตามจำนวนงาน โดยแพลตฟอร์มจะทำหน้าที่ทั้งให้ความรู้และชี้ช่องทางสมัครงานในบริษัทหรือองค์กรที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน และเหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ

“ไม่มีใครแก่เกินเรียน แต่ความชราก็เป็นปัญหากับการเรียนได้เช่นกัน” ดังนั้นการพัฒนาความรู้สำหรับผู้สูงอายุจึงไม่ใช่สิ่งใหม่ที่ห่างไกลจากชีวิตประจำวัน แต่เป็นสิ่งที่แม้จะเกษียณไปแล้วยังคงต้องพบเจอ อย่างโปรแกรม The Silver Age Action Initiative ที่ผลักดันโดยรัฐบาลจีนมาตั้งแต่ปี 2003 เพื่อปูทางให้ผู้สูงอายุสามารถเอาตัวรอดในยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะบริการสอนการใช้ระบบสมาร์ตแบงกิ้งเพื่อเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ระบบเก็บข้อมูลบนคลาวน์ ซอฟต์แวร์พื้นฐาน แอปพลิเคชันที่สำคัญในชีวิตประจำวัน และวิธีตัดต่อวิดีโอหรือแต่งภาพสำหรับลงโซเชียลมีเดีย

รายงานผลประกอบการจาก The Wechat Agency แอปพลิเคชัน WeChat พบว่าผู้บริโภครายใหญ่บนธุรกิจออนไลน์คือกลุ่ม Silver Generation โดยเฉพาะกลุ่มบูมเมอร์ที่ทุ่มเงินไปกับสินค้าแฟชัน ของใช้ในบ้าน บริการทางการเงิน ประกันภัย รวมถึงบริการสำหรับเดินทางประจำวัน หรือลงทุนท่องเที่ยวแบบพรีเมียมโดยใช้ระบบขนส่งที่ได้ประสบการณ์ระหว่างทาง เช่น เรือหรือรถไฟที่ให้บริการระดับวีไอพี 

สอดคล้องกับโมเดล Taobao for Elders ของบริษัทอาลีบาบาที่ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2018 สร้างแพลตฟอร์มเวอร์ชันที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์แชทที่ผู้ใช้สามารถกดปุ่ม Pay for me ส่งให้เพื่อนหรือครอบครัวเพื่อจ่ายสินค้าหรือบริการให้ ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบสามารถทำรายได้จากสินค้าที่ผู้สูงอายุต้องการซื้อกับระบบการจ่ายที่ใครก็ได้สามารถจ่ายแทนพวกเขาได้ 

นี่คือส่วนหนึ่งที่ตอกย้ำความสำเร็จของธุรกิจให้บริการผู้สูงอายุ ยังมีอีกหลายบริการที่ไปได้สวยกับผู้บริโภคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้บริการบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นกระแสที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม และมองว่าเป็นพื้นที่ของเด็กรุ่นใหม่ แต่กลับเป็นธุรกิจบริการที่เข้าถึงบูมเมอร์ได้ดี เพราะคนกลุ่มนี้คือผู้บริโภคผู้เสพติดหน้าจอและมีเวลาท่องอินเทอร์เน็ตมากที่สุด

ภาพจาก : Rodnae Productions, pexels

Writer

Related Posts

เรื่องเล่าจากหลังร้านถึงหน้าร้าน ที่ Homeless House กับการมองธุรกิจให้เป็นเรื่องของการเอ็นจอยร่วมกัน

“Star is Born”

สภาพอาการณ์โลกปีล่าสุด ย่ำแย่อย่างหนัก

Little Black Dress ตำนาน จาก Breakfast at Tiffany’s

กว่าจะมาเป็นหลักสูตรอบรมดอยหลวงเชียงดาว เบื้องหลังเรื่องราวระหว่าง “ผู้คน” และ “ธรรมชาติ” ที่ไม่จบแค่ห้องอบรม

ลูกจ้างสตาร์บัคส์แห่ขอตั้ง “สหภาพแรงงาน” สำเร็จ นับแต่ 1980